Botany in School Project

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการผ่านพันธุ์พืช


หน้าหนาวปีนี้ ผู้เขียนได้ไปเข้าค่ายที่เขาใหญ่และได้ไปเดินป่าไปเจอกับต้นไม้ต้น1 ที่มีลูกดกมากๆเป็นเม็ดเล็กๆ เพื่อนๆก็คงสงสัยเหมือนกันใช้ไหมล่ะว่ามันคือต้นอะไร ใช้แล้วล่ะเพราะดิฉันก็สงสัยเหมือนกัน ดิฉันก็เลยถามพวกพี่ที่นำทางการเดินป่าว่าต้นไม้ต้นนี้คือต้นอะไร เขาบอกดิฉันมาว่ามันคือต้น มะขามป้อมจ๊ะ ดิฉันก็ถามไปอีกว่า แล้วลูกของมันมีรสชาติยังไงค่ะ มันก็มีรสชาติอย่างนี้ไง พอพูดจบเขาก็เก็บลูกมะขามป้อมที่ตกกับพื้นมาให้ชิม แรกๆ กัดเข้าไปทั้งฝาดทั้งขมและก็เปรี้ยว เรียกว่าหลับตาปี๋เลยทีเดียว แต่พอสักครู่เคี้ยวไปเคี้ยวมาทำไมรู้สึกว่าหวานได้ ที่สำคัญชุ่มคอจริงๆ ดิฉันจึงนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะขามป้อมมาฝากเพื่อนๆทุกคนกัน
เครดิต: http://www.doctor.or.th/node/1901
จากที่อ่านมาในเว็บที่ให้ไปข้างต้นนั้นดิฉันก็รู้มาว่ามะขามป้อมนั้น มีวิตามินซีสูงมากที่สุดในบรรดาพืชทุกชนิดที่มีในโลก ในผลมีสารป้องกันการเกิดออกซิไดซ์วิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานแถมในมะขามป้อมนั้นยังมีสรรพคุณตำรับยาไทยคือแก้หวัด แก้อาการไอได้เป็นอย่างดีแถมยังช่วยในการละลายเสมหะ แก้การกระหายน้ำ บำรุงเสียง บำรุงผม บำรุงร่างกายให้แข็งแรง ลักปิดลักเปิด ท้องผูก ไข้ทับรึดู คันจากเชื้อรา น้ำกัดเท้า บิด ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นคัน ขับพยาธิ หิด ผื่นคัน และ แก้ปวดฟันเป็นต้น (วิธีแก้อยู่ในเว็บแล้วนะคะ) ตอนนี้เพื่อนๆก็พอที่จะรู้จักมะขามป้อมมากขึ้นแล้วใช้ไหมค่ะ ใช้แล้วดิฉันก็รู้จักมากขึ้นเหมือนกันค่ะ
แต่ว่าดิฉันอ่านไปอ่านมาดิฉันก็อยากรู้ขึ้นมาอีกว่าในมะขามป้อมนั้นมีสารอะไร?(ที่น่าสนใจ)ถึงได้มีสรรพคุณทางยาเยอะขนาดนี้ ดิฉันก็เลยท่องโลกอินเตอร์เน็ตไปหามาให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน

ในมะขามป้อมนั้นก็มีสารหลายชนิดแต่ดิฉันสงสัยมากก็คือ สารเอลลาจิก ellagic acid ดิฉันก็เลยท่องโลกอินเทอร์เน็ตหาสารเอลลาจิกอีกว่ามันคืออะไรมาให้เพื่อนๆได้รู้กัน(เว็บภาษาอังกฤษไฮโซค่ะ^^)
เครดิต:http://micro.magnet.fsu.edu/phytochemicals/pages/ellagicacid.html
http://www.phytochemicals.info/phytochemicals/ellagic-acid.php

เข้าไปดูกันนะค่ะเพื่อนๆ ดิฉันไปหารูปหน้าตาของเอลลาจิก มาให้ดูกัน^^


จากที่ดิฉันไปอ่านมาจากเว็บ(ภาษาอังกฤษ)ดิฉันก็สรุปได้ว่า สารเอลลาจิกพบในผลไม้สีแดง เช่น raspberries,strawberries,blackberries,cranberries และพบสารนี้มากที่สุดเลยคือ ใน raspberries และประโยชน์ของ เอลลาจิก สรุปได้ดังนี้คือ
1) กรดเอลลาจิกช่วยลดการทำลายดีเอ็นเอที่จะทำให้ เกิดโรคเรื้อรังทำให้เกิดภาวะแก่ขึ้น (Ageing) และเป็นโรคมะเร็ง
2)กรดเอลลาจิกจะยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์บางชนิด เช่น เอ็น - อะซิติลทรานเฟอเรส ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดีเอ็นเอในเนื้องอกในกระเพาะ ปัสสาวะของมนุษย์ กรดเอลลาจิกในปริมาณที่มากขึ้นจะยับยั้ง การทำงานของเอ็นไซม์ในขอบเขตที่มากขึ้นได้
3)เมื่อเซลล์กลายเป็นมะเร็ง กรดเอลลาจิกอาจจะสามารถหยุดการขยายตัวของเซลล์ กรดเอลลาจิกช่วยยับยั้ง การแบ่งเซลล์ในเซลล์มะเร็งปากมดลูก และยังช่วย ป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ค่ะ^^

สุดท้ายนี้ ดิฉันก็มีรูปต้นมะขามป้อมที่บ้านฉันมาให้ดูกันค่ะ(ไม่ค่อยชัดนะค่ะต้นสูงมากแถมไม่ค่อยมีลูกอีก^^)


คำถาม กรดเอลลาจิกนอกจากจะพบในพืชที่มีสีแดงแล้วยังพบในพืชผักแบบไหนอีกค่ะ? แล้วถ้าพบในพืชนั้นๆแล้วสารเอลลาจิกจะสามารถเอามาสกัดเป็นยารักษาโรคได้รึเปล่าค่ะ?

ใครรู้ช่วยหาคำตอบให้ทีนะค่ะ^^

Tags: การบ้านม.4, สารประกอบในพืช

Views: 1455

Replies to This Discussion

ดีจ๊ะ,,อิง

วันนี้เราได้ไปค้นเน๊ตมา

และได้พบว่าน้ำมะขามป้อมนั้นมีสรรพคุณมากมาย

ลองไปอ่านดูนะคร๊ะ

http://www.thaihof.org/handmade/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A...
เฮ้ เป็ด ๕๕+

จะบอกให้ ว่ามะขามป้อมเนี่ยช่วยทำให้ผมดกดำและป้องกันผมหงอกก่อนวัย

เราต้อง ไปหาซื้อมาใช้กันแล้วแหละ เพราะ มันเป็นปัญหาต่อพวกเราเป็นอย่างมาก๕๕+

ไปเจอในเว็บนี้เข้าไป>>>http://www.organicthailand.com/webboard-th-1279-807823-%E0%B8%9B%E0...

RSS

แนะนำนักวิชาการ+

© 2014   Created by Peerapatcha [tummy] Hirunrut.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service